ข้อแตกต่างระหว่าง Facebook กับ Website

ปัจจุบันคงไม่มีใครไม่ รู้จัก Facebook และคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Facebook เป็น Social Network ที่มีกลุ่มคนใช้สูงมาก หลาย ๆ ท่าน ก็คงหมดเวลาส่วนหนึ่งในแต่ละวันไปกับ Facebook ไปไม่น้อย และสิ่งหนึ่งที่เรามักจะเห็นผู้ใช้บริการ Facebook ก็ขยับช่องทางการขายสินค้า มาทาง Facebook ในระยะหนึ่งแล้ว จนหลาย ๆ ท่าน ก็ใช้ Facebook แทนหน้าเว็บไซต์ ของตัวเองเลย  มาดูเหตุผลที่เราไม่ควรใช้ Facebook แทน Website ของเรา กันครับ

  • Facebook นั้นหาความแน่นอนไม่ได้  หลายครั้งที่ Facebook มีการเปลี่ยนรูปแบบหน้าตาไป หรือมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ ซึ่งอาจจะกระทบต่อหน้าเพจของท่าน ซึ่งวันนึง Facebook มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ ซึ่งท่านอาจจะโดน Facebook แบน Fan Page ของท่านไป นั่นหมายความว่า หน้า Fan Page ของท่านจะหายไปทันที ธุรกิจของท่านจะหยุดชะงัก เปรียบเสมือนร้านท่านถูกปิดลงไป เหมือนท่านโดนไล่ที่ ต้องไปหาที่ค้าขายใหม่ ต้องไปบอกลูกค้าใหม่ ว่า ท่านย้ายที่ขายของมาที่นี่แล้ว แน่นอนครับ ลูกค้า อาจจะ ไม่ได้รับทราบทั่วถึงกัน และในช่วงแรกก็เหมือนต้องเริ่มต้นใหม่
  • การแสดงผลบน Facebook ก็ยังมีข้อจำกัด เช่น ต้อง Login ก่อน ต้องกด Like ก่อนจึงจะแสดงผล ซึ่งอาจจะไม่สะดวกสำหรับนักท่องเว็บ หรือคนไม่ชำนาญมากนัก    การจัดการสิ่งต่าง ๆ บน Facebook เมื่อท่านต้องการจัดการหน้าเพจของท่านให้เป็นไปตามความต้องการนั้นอาจไม่ ใช่เรื่องง่าย ๆ เช่นการแยกหมวดหมู่สินค้า การจัดการโปรโมชั่น
  • การค้นหาข้อมูลทำได้ยาก หรืออาจจะเป็นไปไม่ได้เลย เมื่อลูกค้าหาสิ่งที่ต้องการไม่พบ ลูกค้าเองก็พร้อมจะไปค้นหาที่ ๆ หาได้ง่ายกว่า หากเปรียบเทียบกับการจัดทำเว็บไซต์ ขึ้นมาเอง เราเพียงเสียค่าบริการ จดโดเมนเนม และค่าเช่าโฮสติ้ง แล้วติดตั้ง CMS ที่เราต้องการ
  • ความน่าเชื่อถือ ความเป็นทางการ แทบจะไม่มีเลย เมื่อเทียบกับการจัดทำเว็บไซต์ และด้วยโลกปัจจุบันนี้ การหลอกลวงมีมาทุกรูปแบบ มีข่าวให้เราได้เห็นกันอยู่เรื่อย ๆ ดังนั้นหากเราจะเผยแพร่กิจกรรมข่าวสารของหน่วยงานหรือเพื่อดำเนินธุรกิจแล้ว ลงทุนเพิ่มอีกนิดเสียค่าบริการ จดโดเมนเนม และค่าเช่าโฮสติ้ง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้า พร้อมกันนี้ หากธุรกิจของท่านสามารถจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ ก็ควรจดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือขึ้นมาอีกระดับ
  • การส่งข้อมูลทำได้ลำบาก หากวันหนึ่งที่ท่านต้องการส่งอีเมลล์หาลูกค้า แน่นอนว่า Facebook ทำได้เพียงการส่ง ข้อความ ภาพ หรือไฟล์ หรือ Personal Message แต่หากท่านใช้ CMS เช่น maxsite Joomla OpenCart จะมีระบบจัดการหลังบ้าน ให้ท่านดำเนินการได้ง่ายดาย และสามารถส่งข่าวสารแจ้งลูกค้าได้ง่ายขึ้น รวมถึงการติดตามสถานการณ์อัพเดทสินค้าที่ลูกค้าได้สั่งซื้อไป ลูกค้าเองก็เพียงเข้ามาในระบบ แล้วติดตามสถานะสินค้า

 

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นข้อเปรียบเทียบระหว่าง Facebook กับเว็บไซต์ การใช้งานแตกต่างกันที่ลักษณะความมุ่งหมายของระบบ ซึ่งเราสามารถใช้งานร่วมกันได้ นำส่วนที่ดีของ Facebook มาใช้ควบคู่กับเว็บไซต์ของเรา ผมรับรองว่า จะส่งผลดีมากกว่าแน่นอนครับ